เทศกาลดอกไม้สุดยิ่งใหญ่ที่เมืองเมเดยิน ประเทศโคลอมเบีย

Medellín Flower Festival หรือ The Flower Festival (ภาษาสเปน Feria de las Floresเทศกาลดอกไม้เมเดยิน เป็นงานที่มีความสำคัญที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองเมเดยินที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยครั้งแรก จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1957 หรือเกือบ 60 ปีมาแล้ว ปีต่อมาเปลี่ยนวันจัดงานเป็นเดือนสิงหาคมนับแต่นั้นเป็นต้นมา และเพิ่มกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การประกวดไม้ดอกไม้ประดับ, คอนเสิร์ต, International Pageant of the Flowers, พาเหรดรถยนต์คลาสสิก และ ขบวนเต้นรำ เป็นต้น

ปัจจุบัน งานมักจัดขึ้นช่วงปลายเดือนกรกฎาคมหรือต้นเดือนสิงหาคม แต่ละครั้งจัดงานประมาณ 5-7 วัน เป็นที่รู้กันของนักท่องเที่ยวชาวโคลอมเบียและต่างชาติว่าช่วงสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคมของทุกปีต้องเดินทางไปร่วมงานสุดยิ่งใหญ่ของเมืองเมเดยินให้ได้ ซึ่งแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาร่วมงานนี้หลายแสนคน

สำหรับปีนี้จะจัดขึ้นวันที่ 29 กรกฎาคม-7 สิงหาคม โดยภายในเมืองจะมีการประดับประดาและตกแต่งสถานที่สำคัญด้วยดอกไม้หลากชนิดหลายสีสัน ชมขบวนพาเหรดสวยงามตระการตาของดอกไม้นานาชนิด

ไฮไลท์ของงาน คือ ขบวนพาเหรดของบรรดา “ซิเยสเตรอส” (Silleteros) ในอดีตพวกเขาคือคนที่แบกเก้าอี้ไม้หรืออานม้าไว้บนหลังเพื่อใช้บรรทุกส่งคนหรือสิ่งของต่าง ๆ ปัจจุบันหมายถึง คนขายดอกไม้หรือเจ้าของฟาร์มดอกไม้ซึ่งบรรทุกดอกไม้ไว้บนหลังแล้วเข้ามาขายในตลาดหรือตามจัตุรัสในเมืองเมเดยิน ในขบวนพาเหรดที่พวกเขาจะแบกกระบะดอกไม้ซึ่งได้รับการออกแบบและจัดแต่งมาอย่างงดงามด้วยดอกไม้กว่า 20 ชนิด กระบะดอกไม้ที่พวกเขาแบกไว้อาจมีน้ำหนักสูงถึง 70 กิโลกรัมและมีความสูงถึง 5 เมตร แต่ละปีจะมี “ซิเยสเตรอส” ร่วมขบวนพาเหรดกว่า 500 คน

เมืองเมเดยิน (Medellin) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดอันเตียวเกีย (Antioquia) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศโคลอมเบีย ได้รับสมญาว่า “City of Eternal Spring” เนื่องจากอากาศดี เย็นสบายตลอดปีนั่นเอง และยังเป็นเมืองที่ส่งออกไม้ตัดดอกมากที่สุดของประเทศจนทำให้โคลอมเบียเป็นประเทศที่ส่งออกดอกไม้รายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศฮอลแลนด์ นอกจากเทศกาลดอกไม้อันโด่งดังแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย

โคลอมเบีย จัดเทศกาลปามะเขือเทศประจำปี

บรรยากาศกลุ่มเกษตรกรชาวไร่ และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่พร้อมใจกันเข้าร่วมในงานเทศกาลปามะเขือเทศ กลางสนามกีฬาประจำเมืองเมือง ซึ่งได้เปลี่ยนพื้นที่ทั่วทั้งสนาม ให้เต็มไปด้วยสีแดง และ แน่นอนว่าทุกคนก็ได้รับทั้งความสนุก และ มิตรภาพกลับไปเช่นเคยอย่างทุกปี

แม้ว่า เทศกาลปามะเขือเทศหรือ La Tomatina (ลา โตมาติน่า) จะมีจุดกำเนิดมายาวนาน โดยเริ่มต้นจากประเทศ สเปน แต่ก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วย ต้นมะเขือเทศในประเทศอื่นๆ ที่มีการจัดกิจกรรมนี้ ในเวลาที่แตกต่างกันไปตลอดทั้งปี

อย่างที่เมือง Sutamarchan (ซูตามาร์ซาน) ในประเทศโคลอมเบีย ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่โดดเด่น ด้านสายพันธุ์ของมะเขือเทศ ที่หลากหลายและสมบูรณ์ ก็ได้ดำเนินการจัดเทศกาล มาเป็นปีที่ 13 แล้ว ซึ่งยึดเอาทุกวันหยุดแรก ของเดือนมิถุนายน สำหรับจัดงานนี้

ซึ่งทีมงานจะมีการเตรียมพื้นที่ ด้วยมะเขือเทศกองใหญ่ หลายสิบตัน ซึ่งกองเอาไว้กลางสนาม ก่อนที่จะส่งสัญญาณเพื่อปล่อยตัวกลุ่มผู้เล่นทั้งหมด ให้ลงไปร่วมสนุก โดยการหยิบเอามะเขือเทศเหล่านั้น มาปาขึ้นฟ้า หรือ ปาใส่กันได้อย่างเต็มที่

โดยกลุ่มผู้เล่นจะมีเวลาประมาณ 20 นาที สำหรับการปามะเขือเทศทั้งหมดที่มีอยู่ แต่ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่เพิ่งจะเริ่มต้น ทั่วทั้งบริเวณที่จัดงานก็เปลี่ยนไป และเต็มไปด้วยสีแดง ซึ่งมาจากสีของมะเขือเทศ และ หากมองดูให้ดี ๆ งานนี้ก็คือ สงคราม แต่นอกจากจะไม่มีใครได้รับอันตราย และ ความเสียหายแล้ว ยังเป็นสงครามที่สามารถสร้างรอยยิ้ม และ เสียงหัวเราะ พร้อมกับความสุขที่อบอวลไปทั่วบริเวณทีเดียว

ปีนี้ นอกจากกลุ่มเกษตรกรชาวไร่ และ ประชาชนในพื้นที่แล้ว ยังมีเหล่านักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางมาร่วมงานอย่างคึกคักไม่แพ้ปีก่อน ๆ อย่างที่เห็นอยู่นี่คือ นาย RyuYa (เรียวยะ) นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น บอกว่า ตัวเขาชื่นชอบงานนี้อย่างมาก เพราะไม่สามารถสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ได้ ในประเทศของตัวเอง โดยการเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ ก็ทำให้เขาได้เจอเพื่อนใหม่ และ มิตรภาพที่ดีกลับไป อย่างคุ้มค่าแบบสุดๆ อีกด้วย

Heyner Suarez (เฮเนอร์ ซูอาเรซ ) ประธานผู้จัดงาน กล่าวว่า เทศกาลนี้ ตั้งใจจัดขึ้นในช่วงสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว เพื่อให้เกษตรกรผู้เพาะปลูกมะเขือเทศ สามารถจัดการกับมะเขือเทศที่เหลือทิ้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลที่ตกจากต้นโดยธรรมชาติ และ ไม่เหมาะที่จะนำมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคในท้องตลาด และนี่คือวิธีการที่ดีที่สุด ที่นอกจากจะทิ้งขว้างแบบไร้ประโยชน์ แต่กลับสร้างให้มันเป็นกิจกรรม ที่สร้างความสนุกสนาน และ ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างดี

พิพิธภัณฑ์ทองคำ

พิพิธภัณฑ์ทองคำ (Gold Museum – El Museo del Oro) นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เเละมีความน่าสนใจของข้าวของเครื่องใช้เเละเครื่องประดับที่นำมาจัดเเสดงอย่างมากมายมากกว่า 55,000 ชิ้น โดยอาคารพิพิธภัณฑ์ที่มีความสูงสามชั้นนั้นอัดเเน่นไปด้วยสิ่งล้ำค่ามากมาย โดยที่ชั้นสองจะจัดเเสดงโบราณวัตถุที่เป็นทองคำเเละสามารถขุดค้นได้จากดินเเดนเเห่งนี้ เเละมีการนำทองคำเข้าใช้ในวิถีชีวิตของชาวโคลอมเบียอย่างมากมาย

พิพิธภัณฑ์ทอง ( สเปน : El Museo เดล Oro ) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในโบโกตา , โคลอมเบีย มันเป็นหนึ่งในไฮไลท์การท่องเที่ยวที่เข้าชมมากที่สุดในประเทศ พิพิธภัณฑ์ได้รับนักท่องเที่ยวประมาณ 500,000 คนต่อปี

พิพิธภัณฑ์จัดแสดงทองคำpre-Columbian ที่ได้รับการคัดสรรและโลหะผสมโลหะอื่น ๆ เช่นTumbagaและมีการรวบรวมสิ่งประดิษฐ์ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกในห้องจัดแสดงนิทรรศการที่ชั้นสองและชั้นสาม สิ่งของเหล่านี้ประกอบไปด้วยเครื่องปั้นดินเผาหินเปลือกหอยไม้และสิ่งทอทำจากวัฒนธรรมชนเผ่าโบราณที่ทำจากโลหะศักดิ์สิทธิ์แสดงถึงชีวิตและความคิดของสังคมที่แตกต่างกันซึ่งอาศัยอยู่ในโคลอมเบียในปัจจุบันก่อนการพิชิตสเปน อเมริกา

ประวัติ

ในปี 1934 ที่ธนาคารแห่งสาธารณรัฐเริ่มช่วยในการปกป้องโบราณคดี มรดกของโคลอมเบีย วัตถุที่เรียกว่าPoporo Quimbayaเป็นวัตถุแรกในชุดสะสม มีการจัดนิทรรศการมานานกว่า 70 ปี พิพิธภัณฑ์ในวันนี้บริหารงานโดยBanrepcultural

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่ตั้งของMuisca แพอันโด่งดังที่พบในPascaในปี 1969 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพิธีของzipa (ไม้บรรทัด) ใหม่ของBacatáซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับตำนานEl Dorado ทายาทของหัวหน้าเผ่าสันนิษฐานว่ามีอำนาจด้วยการถวายเทพเจ้าอันยิ่งใหญ่ ในการเป็นตัวแทนนี้เขาเห็นยืนอยู่ตรงกลางของแพล้อมรอบด้วยหัวหน้าเป็นต้นมาทั้งหมดของพวกเขาประดับด้วยทองคำและขนนก

หลังจากทศวรรษของการทำงานพิพิธภัณฑ์ได้รับการขยายและปรับปรุงในเดือนตุลาคม 2008 ด้วยการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์จัดนิทรรศการถาวรในห้าห้องที่มีวัตถุทางโบราณคดีและห้องโต้ตอบ นอกจากนี้ยังเพิ่มหอประชุมห้องจัดนิทรรศการชั่วคราวบางแห่งร้านกาแฟร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก

เทศกาลคาร์นิวัลแห่งเมืองบาร์รังกียา

เทศกาลคาร์นิวัลใน Barranquilla Carnival เป็นเทศกาล folkloric ชั้นนำที่จัดขึ้นที่โคลัมเบียและเกิดขึ้นในแต่ละปีหลายวันก่อนแอชพุธ คล้ายกับงานเทศกาล Rio de Janiero Carnival แต่มีความแคริบเบียน ในช่วงสี่วันอันมหานครถนนในเมืองชายฝั่งทะเลเต็มไปด้วยชุดที่มีสีสันจังหวะละตินและฝูงชนที่โหดเหี้ยมของนักเต้นหญิงป่าและเซ็กซี่ นี่คือคู่มือสุดยอดของ Culture Trip เกี่ยวกับว่าจะทำอย่างไรในขณะที่คุณอยู่ที่นั่น

เทศกาลคาร์นิวัลแห่งเมืองบาร์รังกียา

La Batalla de Flores (การต่อสู้ของดอกไม้)

การจัดงานในวันเปิดเทศกาลวันวาเลนไทน์การต่อสู้ของดอกไม้คือการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่และน่าจับตาที่สุดของงานฉลอง เป็นขบวนพาเหรดนาน 6 ชั่วโมงที่ผู้ชมได้รับความบันเทิงด้วยการตกแต่งที่ประณีตชุดเครื่องแต่งกายที่เก่งและเพลงคัมเบรล การ์เด้นควีนเป็นประธานในขบวนพาเหรดนี้และผู้เข้าร่วมจะมีตัวละครมากมายเช่น Monkey King และสัตว์สวมหน้ากากอื่น ๆ จากป่า นอกจากนี้การกระทำมักจะล้อเลียนดาราและนักการเมืองที่มีชื่อเสียงทุกคนจากประธานาธิบดี Juan Manuel Santos ให้กับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส แม้ว่าการจับเหตุการณ์นี้อาจต้องซื้อตั๋วการต่อสู้ของดอกไม้เป็นสิ่งที่ต้องดูสำหรับผู้ที่ต้องการชื่นชมมรดกพื้นบ้านแคริบเบียนโคลอมเบียในการแสดงออกที่มีชีวิตชีวาที่สุด

เทศกาลคาร์นิวัลแห่งเมืองบาร์รังกียา


เคล็ดลับภายใน: สวมใส่เสื้อผ้าที่คุณไม่คิดจะยุ่งเพราะคุณอาจจะตีด้วยโฟมเหนียวและแป้งในช่วงเวลา

Gran Parada (Grand Parade)

Grand Parade จัดขึ้นในวันอาทิตย์วันที่สองของเทศกาล ขบวนพาเหรดนี้มีขนาดเล็กกว่า Battle of Flowers อาจเป็นเพราะบางส่วนไม่ได้ตื่นขึ้นมาจากคืนก่อน ผู้ชมงานในครั้งนี้จะได้สัมผัสกับนักเต้นแบบดั้งเดิมซัลซ่าคัมและนักเต้นชาวบ้านก่อนที่จะมุ่งหน้ากลับไปที่ถนนเพื่อดำเนินการต่อไป

Black and White Festival colombia

เคล็ดลับภายใน: สวมใส่ป้องกันแสงแดดและดื่มน้ำมาก ๆ เพราะง่ายต่อการทำให้ร้อนจัดจากการสัมผัสกับดวงอาทิตย์เขตร้อนที่ร้อนจัด

ฝ่ายในถนน

ในขณะที่ความจริงว่าขบวนพาเหรดนั้นเป็นที่ที่ผู้เข้าชมสามารถรับชมได้อย่างน่าประทับใจ แต่ก็เป็นถนนที่พวกเขาน่าจะสนุกที่สุด เช่นเดียวกับเทศกาลคาร์นิวัลที่โดดเด่นอื่น ๆ ทั่วโลกเทศกาลคาร์นิวัลของ Barranquilla รู้สึกเหมือนเหตุการณ์ที่มีการจัดโครงสร้างมากขึ้นและเป็นงานปาร์ตี้บล็อกที่ครอบคลุมทั่วทั้งเมือง ผู้เข้าร่วมประชุมไม่จำเป็นต้องวางแผนที่จะสนุกสนาน – เบียร์เย็นเพียงและทัศนคติที่ดี โคลัมเบียมีความแข็งแกร่งในตำนานสำหรับการปาร์ตี้ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเริ่มต้นในช่วงบ่ายและไปต่อจนถึง 5 โมงเช้าในวันถัดไป

เทศกาลคาร์นิวัลแห่งเมืองบาร์รังกียา

เทศกาลดอกไม้เมเดยิน

Medellín Flower Festival หรือ The Flower Festival (ภาษาสเปน Feria de las Flores) เทศกาลดอกไม้เมเดยิน เป็นงานที่มีความสำคัญที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองเมเดยินที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยครั้งแรก จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1957 หรือเกือบ 60 ปีมาแล้ว ปีต่อมาเปลี่ยนวันจัดงานเป็นเดือนสิงหาคมนับแต่นั้นเป็นต้นมา และเพิ่มกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การประกวดไม้ดอกไม้ประดับ, คอนเสิร์ต, International Pageant of the Flowers, พาเหรดรถยนต์คลาสสิก และ ขบวนเต้นรำ เป็นต้น

เทศกาลดอกไม้เมเดยิน Medellín Flower Festival หรือ The Flower Festival

ปัจจุบัน งานมักจัดขึ้นช่วงปลายเดือนกรกฎาคมหรือต้นเดือนสิงหาคม แต่ละครั้งจัดงานประมาณ 5-7 วัน เป็นที่รู้กันของนักท่องเที่ยวชาวโคลอมเบียและต่างชาติว่าช่วงสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคมของทุกปีต้องเดินทางไปร่วมงานสุดยิ่งใหญ่ของเมืองเมเดยินให้ได้ ซึ่งแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาร่วมงานนี้หลายแสนคน

เทศกาลดอกไม้เมเดยิน Medellín Flower Festival หรือ The Flower Festival

สำหรับปีนี้จะจัดขึ้นวันที่ 29 กรกฎาคม-7 สิงหาคม โดยภายในเมืองจะมีการประดับประดาและตกแต่งสถานที่สำคัญด้วยดอกไม้หลากชนิดหลายสีสัน ชมขบวนพาเหรดสวยงามตระการตาของดอกไม้นานาชนิด

เทศกาลดอกไม้เมเดยิน Medellín Flower Festival หรือ The Flower Festival

ไฮไลท์ของงาน คือ ขบวนพาเหรดของบรรดา ซิเยสเตรอส (Silleteros) ในอดีตพวกเขาคือคนที่แบกเก้าอี้ไม้หรืออานม้าไว้บนหลังเพื่อใช้บรรทุกส่งคนหรือสิ่งของต่าง ๆ ปัจจุบันหมายถึง คนขายดอกไม้หรือเจ้าของฟาร์มดอกไม้ซึ่งบรรทุกดอกไม้ไว้บนหลังแล้วเข้ามาขายในตลาดหรือตามจัตุรัสในเมืองเมเดยิน ในขบวนพาเหรดที่พวกเขาจะแบกกระบะดอกไม้ซึ่งได้รับการออกแบบและจัดแต่งมาอย่างงดงามด้วยดอกไม้กว่า 20 ชนิด กระบะดอกไม้ที่พวกเขาแบกไว้อาจมีน้ำหนักสูงถึง 70 กิโลกรัมและมีความสูงถึง 5 เมตร แต่ละปีจะมี “ซิเยสเตรอส” ร่วมขบวนพาเหรดกว่า 500 คน

เทศกาลดอกไม้เมเดยิน Medellín Flower Festival หรือ The Flower Festival

เมืองเมเดยิน (Medellin) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดอันเตียวเกีย (Antioquia) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศโคลอมเบีย ได้รับสมญาว่า “City of Eternal Spring” เนื่องจากอากาศดี เย็นสบายตลอดปีนั่นเอง และยังเป็นเมืองที่ส่งออกไม้ตัดดอกมากที่สุดของประเทศจนทำให้โคลอมเบียเป็นประเทศที่ส่งออกดอกไม้รายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศฮอลแลนด์ นอกจากเทศกาลดอกไม้อันโด่งดังแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย

เทศกาลแบล็คส์ แอนด์ ไวท์ส

โคลอมเบียจัดงานเทศกาล Black and White ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและเป็นเทศกาลมีชีวิตชีวา มีต้นกำเนิดมาจากการผสมผสานของการแสดงออกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคแอนดีส, อะเมซอนและแปซิฟิก โดยเปิดฉากขึ้นแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 6 ม.ค. ในเมืองปาสโต ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโคลอมเบีย

Black and White Festival colombia

โดยองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในปี 2552 ผู้ที่เข้าร่วมต้องแต่งตัวสีดำและขาว หรือสีอื่น ๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี และความเท่าเทียม เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม ซึ่งงานนี้จะเน้นสีขาวและสีดำ โดยในช่วงที่เน้นสีขาว ศิลปินก็จะจัดริ้วขบวนที่ต้องใช้เวลาแห่นาน 6 ชั่วโมง ผู้เข้าร่วมในขบวนสามารถแต่งกายชุดหลากสี เน้นความสดใสได้ ส่วนในช่วงที่เน้นสีดำ ผู้เข้าร่วมต้องวาดใบหน้าของพวกเขาให้เป็นสีดำ เพื่อรำลึกถึงการปลดแอกทาส

Black and White Festival colombia

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมในเทศกาลนี้ กล่าวว่า เทศกาล Black and White มีการปรับปรุงพัฒนาไปเรื่อย ๆ ในแต่ละปี เมื่อปีก่อนประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตส ของโคลอมเบีย ได้เข้าร่วมในงานนี้ด้วย

Black and White Festival colombia

Black and White Festival colombia
Black and White Festival colombia