‘ไทย-โคลอมเบีย’ จับมือขยายตลาดละติน

ในปี 2562 เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-โคลอมเบียครบรอบ 40 ปี โดยกระทรวงการต่างประเทศมีความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต

ดำรง ใคร่ครวญ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์พิเศษว่า ปัจจุบัน ไทย-โคลอมเบียมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และทั้ง 2 ประเทศเห็นตรงกันว่า จะผลักดันความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนให้เพิ่มมากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมา โคลอมเบียตกอยู่ในสถานการณ์ปัญหาการเมืองภายในประเทศอยู่หลายสิบปี กระทั่งในปี 2554 รัฐบาลโคลอมเบียสามารถตั้งโต๊ะเจรจากับพรรคฝ่ายค้านสำเร็จ สามารถนำพาประเทศกลับสู่สันติภาพได้รวดเร็ว

“ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ทำให้โคลอมเบียสาละวนอยู่กับการจัดการปัญหาภายในประเทศ จึงยังไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอกมากนัก และเมื่อทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อย ทำให้โคลอมเบียซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ฉายแสงให้เห็นโอกาสการพัฒนาและความร่วมมือทางการค้ากับต่างชาติ” รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ระบุ

ดำรง กล่าวอีกว่า โคลอมเบียมีนโยบายบุกเบิกความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย จึงได้กลับมาเปิดสถานเอกอัครราชทูตในประเทศไทยเมื่อปี 2556

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู ให้การดูแลอาณาบริเวณครอบคลุมไปยังโคลอมเบีย ถ้าในอนาคตไทยจะพิจารณาเปิดสถานทูตแห่งใหม่ในภูมิภาคละตินอเมริกา เชื่อว่าโคลอมเบียจะเป็นประเทศที่ถูกพิจารณาในลำดับแรก

“ณ เวลานี้ โคลอมเบียให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับประเทศในเอเชีย อาจยังไม่เจาะจงเป็นรายประเทศ เพราะต้องยอมรับว่า หากมองในมุมโคลอมเบียมายังเอเชีย ก็ย่อมให้ความสำคัญกับจีนเป็นชาติแรก รองลงมาเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศในอาเซียน ซึ่งประเทศไทยอยู่ในภูมิภาคอาเซียน จึงถือได้ว่าไทยอยู่ในจอเรดาร์ที่โคลอมเบียต้องการจะร่วมมือทางเศรษฐกิจด้วย” รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ระบุ

ปัจจุบัน โคลอมเบียเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ7 ของไทยในละตินอเมริกา ขณะนี้ในมิติความร่วมมือทางเศรษฐกิจยังไม่สูงมาก เนื่องจากการค้าระหว่างกันยังน้อย อยู่ที่ประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ ส่วนการลงทุนยังไม่เกิดขึ้นมาก ขณะที่มีนักท่องเที่ยวโคลอมเบียเดินทางมายังประเทศไทย อยู่ที่ประมาณ 1.4 หมื่นคน

“ส่วนตัวเชื่อว่า แนวโน้มระดับการพัฒนาประเทศของโคลอมเบียจะสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะอัตราการเติบโตของจีดีพีน่าจะอยู่ที่ประมาณ 4% ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศไทย นั่นหมายถึงมีประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใกล้เคียงกับไทยอยู่ในละตินอเมริกาด้วย จึงเป็นโอกาสทางการค้าสำหรับนักธุรกิจไทยเข้าไปทำตลาดใหม่ เพราะการแข่งขันยังไม่สูง” ดำรงกล่าว

รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ที่ผ่านมา มีบริษัทของไทยบางแห่งเข้าไปบุกเบิกในตลาดโคลอมเบีย ส่วนใหญ่ขายสินค้าผลิตภัณฑ์การเกษตร และเปิดร้านอาหารไทยที่นั้น ทั้งนี้ โคลอมเบียยังเป็นตลาดซื้อยางพารารายใหญ่จากไทยในละตินอเมริกา

ขณะเดียวกัน โคลอมเบียมีนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในการผลิตสินค้าประยุกต์เชิงวัฒนธรรมเช่นเดียวกับโอท็อปของไทย ซึ่งในส่วนนี้สามารถนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างไทย-โคลอมเบีย และต่อยอดทางธุรกิจในอนาคต

นอกจากนี้ ไทยต้องการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิตกาแฟจากโคลอมเบีย เพราะที่นั่นจัดได้ว่าเป็นแหล่งผลิตกาแฟสไตล์บูติคแห่งเดียวในโลก ที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจกาแฟไทยต่อไป

เกิดแผ่นดินไหว 6.2 แมกนิจูดในพื้นที่ตอนกลางของโคลอมเบีย ประชาชนอพยพจากที่พัก

สำนักงานธรณีวิทยาของโคลอมเบียรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 6.2 แมกนิจูดในพื้นที่ตอนกลางของโคลอมเบีย ส่งผลให้ประชาชนอพยพออกจากที่พักเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือความเสียหายในขณะนี้

รายงานของสำนักงานธรณีวิทยาฯระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.03 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันอังคาร โดยมีศูนย์กลางใกล้กับเมืองเมเซตัส และเกิดขึ้นที่ความลึกประมาณ 30 กิโลเมตร

รายงานยังระบุด้วยว่า ประชาชนที่อยู่ในอาคารและที่พักอาศัยในกรุงโบโกตาได้พากันอพยพเพื่อความปลอดภัย

แคนาดายืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายที่ 3 ของประเทศ

ทางการแคนาดายืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นรายที่ 3 ของประเทศ ขณะที่ผู้ป่วยอีก 19 รายกำลังรอผลการตรวจสอบ

ดร. บอนนี เฮนรี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากรัฐบริติชโคลัมเบีย เปิดเผยว่า แคนาดาพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายที่ 3 ของประเทศในรัฐบริติชโคลัมเบีย โดยผู้ป่วยเป็นชายวัย 40 ปี ซึ่งมีประวัติเดินทางไปทำธุรกิจที่เมืองอู่ฮั่น

สำหรับผู้ป่วย 2 รายแรกนั้น เป็นคู่สามีภรรยาที่มีประวัติเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่นเช่นกัน

ด้านนายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ได้ออกมากล่าววานนี้ว่า แม้ความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในแคนาดาจะยังอยู่ในระดับต่ำ แต่รัฐบาลก็ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อสร้างหลักประกันว่า แคนาดาจะสามารถควบคุมไวรัสดังกล่าวได้

โคลอมเบียพบสัตว์-พืชพันธุ์ใหม่ในอดีตที่มั่นกลุ่มกบฏ

พื้นที่ที่เคยเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏฟาร์ก (FARC) ในประเทศโคลอมเบีย ปัจจุบัน ได้กลายเป็นสวรรค์ของผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่า ที่หวังว่าจะค้นพบพันธุ์พืชและสัตว์สายพันธุ์ใหม่ๆ

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลโคลอมเบีย และกองกำลังติดอาวุธปฏิวัติแห่งโคลอมเบีย หรือ กลุ่มกบฏฟาร์ก (FARC) ได้ลงนามข้อตกลงสันติภาพ ยุติสงครามความขัดแย้งที่ดำเนินมายาวนานกว่า 50 ปี ส่งผลให้ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์สามารถเข้าไปยังพื้นที่ที่เคยเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏ และไม่สามารถเข้าถึงได้มาก่อนได้ คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าหลายสิบคน พร้อมด้วยชาวพื้นเมือง ได้ออกเดินทางเพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว ภายใต้โครงการที่มีชื่อว่า “โคลอมเบีย ไบโอ อาปาโปริส 2018 (Colombia Bio Apaporis 2018)” เบื้องต้น มีการค้นพบสัตว์และพืชสายพันธุ์ใหม่ๆ แล้วมากกว่า 90 ชนิด ซึ่งเมื่อวานนี้ คณะนักสำรวจก็ได้มอบภาพของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่ค้นพบ 3 ชนิด ให้แก่ ประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตส ของโคลอมเบีย โดยสิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่แต่ละชนิดถูกตั้งชื่อโดยมีคำที่มีความหมายว่า “สันติภาพ” รวมอยู่ด้วย


ประธานาธิบดีซานโตส ระบุว่า การบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มฟาร์กได้เปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับการวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศโคลอมเบีย และตนหวังว่าการค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ๆ นี้ จะดึงดูดให้นักวิจัยจากทั่วโลกเดินทางมาศึกษาวิจัยในประเทศโคลอมเบียกันมากขึ้น

ทั้งนี้ โคลอมเบียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพอย่ามาก เนื่องจากตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาแอนดีสและป่าแอมะซอน โดยหลายพื้นที่ของประเทศ เช่น อุทยานแห่งชาติ ชิริบิเกเต (Chiribiquete) ก็เคยมีการค้นพบสัตว์และพืชสายพันธุ์ใหม่มาแล้วมากมาย

ไฟป่าแอมะซอน วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ของโลก

ผืนป่าแอมะซอนเป็นป่าฝนเขตร้อนที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีพื้นที่ราว 5.5 ตร.กม. มีผืนป่าอยู่ใน 9 ประเทศทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ โดยพื้นที่ป่าส่วนใหญ่กว่า 60% อยู่ในบราซิล โดยบราซิล เปรู โคลอมเบีย และเวเนซุเอลา ล้วนแล้วแต่มีชื่อรัฐ ชื่อแคว้น หรือชื่อจังหวัดว่า Amazonas ทั้งสิ้น

สถานการณ์ไฟป่าในครั้งนี้รุนแรงกว่าที่เราคิดเป็นอย่างมาก สถาบันวิจัยด้านอวกาศแห่งชาติบราซิล (INPE) เผยข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม แสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่ เดือนมกราคม-สิงหาคม 2019 บราซิลตรวจพบไฟป่าในแอมะซอนกว่า 75,300 จุด ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 85%* เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2018

ส่งผลให้หลายรัฐที่ได้รับผลกระทบต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเนื่องจากเหตุไฟป่า โดยรอไรมา รอนโดเนีย และอาเกร เป็น 3 รัฐ ที่เผชิญสถานการณ์ไฟป่าในแอมะซอนรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมากว่า 2 เท่า คาดว่าทำลายพื้นที่ป่าไปแล้วหลายพันตารางกิโลเมตร

ไม่ใช่แค่ผืนป่าแอมะซอนในบราซิลเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ในปีนี้เวเนซุเอลาก็ตรวจพบไฟป่าในแอมะซอนกว่า 26,500 จุด ตามมาด้วยโบลิเวีย โคลอมเบีย และเปรู นอกจากนี้อีก 4 ประเทศ อย่างกายอานา เอกวาดอร์ ซูรินาเม และเฟรนช์เกียอานา ก็ล้วนแล้วแต่ตรวจพบการเกิดไฟป่าในผืนป่าแอมะซอนทั้งสิ้นในปีนี้

ไฟป่าอาจเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ เช่น เกิดจากฟ้าผ่า เกิดจากการเสียดสีของกิ่งไม้ใบหญ้าแห้ง รวมถึงอาจเกิดจากฝีมือมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาที่ดินเพื่อเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรและปศุสัตว์ การตัดไม้ทำลายป่า หรือแม้แต่เกิดจากความประมาท เช่น ก่อกองไฟแล้วลืมดับ ทิ้งก้นบุหรี่ที่ยังติดไฟลงพื้นป่า เป็นต้น

โดยกลุ่มนักอนุรักษ์นิยมในบราซิลระบุว่า วิกฤตไฟป่าในครั้งนี้เป็นผลมาจากนโยบายของ ประธานาธิบดีจาอีร์ โบลโซนาโร ที่เน้นการพัฒนามากกว่าการอนุรักษ์ ในขณะที่ผู้นำรัฐบาลบราซิลเองก็ระบุว่า กลุ่ม NGOs ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นผู้สร้างสถานการณ์ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล หลังถูกลดเงินสนับส

การแบ่งเขตการปกครองประเทศโคลอมเบีย

โคลอมเบียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 32 จังหวัด (departments) ชื่อเมืองหลวงอยู่ในวงเล็บ

Colombia-departamentos.png

1. อามาโซนัส (เลตีเซีย)
2. อันเตียวเกีย (เมเดยิง)
3. อาเรากา (อาเรากา)
4. อัตลันตีโก (บาร์รันกียา)
5. โบลีบาร์ (การ์ตาเคนา)
6. โบยากา (ตุนคา)
7. กัลดัส (มานีซาเลส)
8. กาเกตา (โฟลเรนเซีย)
9. กาซานาเร (โยปัล)
10. เกากา (โปปายัง)
11. เซซาร์ (บาเยดูปาร์)
12. โชโก (กิบโด)
13. กอร์โดบา (มอนเตรีอา)
14. กุนดีนามาร์กา (โบโกตา)
15. ไกวย์นีอา (ปวยร์โตอีนีรีดา)
16. กวาเบียเร (ซังโฮเซเดลกวาเบียเร)
17. วีลา (เนย์บา)
18. กวาคีรา (เรียวอาชา)
19. มักดาเลนา (ซันตามาร์ตา)
20. เมตา (บียาบีเซนเซียว)
21. นารีโญ (ปัสโต)
22. นอร์เตเดซันตันเดร์ (กูกูตา)
23. ปูตูมาโย (โมโกอา)
24. กินดีโอ (อาร์เมเนีย)
25. รีซารัลดา (เปเรย์รา)
26. ซันอันเดรสและโปรบีเดนเซีย (ซันอันเดรส)
27. ซันตันเดร์ (บูการามังกา)
28. ซูเกร (ซินเซเลโฮ)
29. โตลีมา (อีบาเก)
30. บาเยเดลเกากา (คาลี)
31. เบาเปส (มีตู)
32. บีชาดา (ปวยร์โตกาเลโญ)

กาแฟ 3 สายพันธุ์ ที่ไปถึงโคลอมเบียต้องชิม

เราจะยกตัวอย่างกาแฟ สัก 3 สายพันธุ์ เผื่อใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวโคลอมเบีย เที่ยวสถานที่สวยๆแล้ว ชิมกาแฟขึ้นชื่อสักหน่อย รับรองฟินเฟ่อแน่นอนค่ะ

Image result for กาแฟ โคลอมเบีย

ANTIOQUIA

พื้นที่นี้เป็นจุดกำเนิดกาแฟในโคลอมเบียและ FNC นี่เป็นพื้นที่ปลูกกาแฟหลักและมีพื้นที่ปลูกประมาณ 800,000 ไร่ ซึ่งมากกว่าพื้นที่อื่นในประเทศ กาแฟของที่นี่ผลิตโดยทั้งไร่ขนาดใหญ่และสหกรณ์ของเกษตรกรรายย่อย

ความสูง : 1,300 – 2,200 เมตร

ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – ธันวาคม (ผลผลิตหลัก)

เมษายน – พฤษภาคม (ผลผลิต Mitaca)

สายพันธุ์ : 6% Typica, 59% Caturra, 35% Castillo

ARINO

พื้นที่นี้สามารถปลูกต้นกาแฟที่สูงที่สุดในประเทศ และพวกมันมีศักยภาพที่น่าทึ่งมันค่อนข้างยากที่จะปลูกกาแฟบนความสูงระดับนี้ เพราะต้นกาแฟอาจได้รับผลกระทบจากอาการยอดแห้ง อย่างไรก็ตามพื้นที่นี้อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรพอที่จะมีสภาพอากาศเหมาะสมสำหรับการปลูกกาแฟ ผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่นี้มีประมาณ 40,000 ราย และส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยที่มีไร่กาแฟขนาดเล็กกว่า 12.5 ไร่ ซึ่งหลายคนรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนและสถาบันเพื่อช่วยเหลือกันและกันและติดต่อกับ FNC จริงๆ แล้วไร่กาแฟที่นี่มีขนาดเฉลี่ยน้อยกว่า 6.25ไร่ และมีผู้ผลิตเพียง 37 รายที่มีไร่กาแฟใหญ่กว่า 31.25 ไร่

ความสูง : 1,500 – 2,300 เมตร

ฤดูเก็บเกี่ยว : เมษายน – มิถุนายน

สายพันธุ์ : 54% Typica, 29% Caturra, 17% Castillo

SANTANDER

นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่แรกๆ ในประเทศที่ปลูกกาแฟเพื่อการส่งออก โดยมันมีระดับความสูงต่ำกว่าพื้นที่อื่นและสามารถรับรู้ได้จากกาแฟที่มีความกลมกล่อมและความหวานแทนที่จะมีฉ่ำและซับซ้อน กาแฟจำนวนมากจากพื้นที่นี้ได้รับใบรับรอง Rainforest Alliance และความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญกับพื้นที่นี้มาก

ความสูง : 1,200 – 1,700 เมตร

ฤดูเก็บเกี่ยว : กันยายน – ธันวาคม

สายพันธุ์ : 15% Typica, 32% Caturra, 53% Castillo

ประเพณีคริสต์มาสที่ไม่ซ้ำกันมากที่สุดในโคลอมเบีย

ประเพณีคริสต์มาสแตกต่างกันไปทั่วโลกและการเฉลิมฉลองคริสมาสต์นอกประเทศของคุณเองหรืออยู่ห่างจากครอบครัวของคุณอาจดูเหมือนเป็นประสบการณ์แปลกใหม่หรือแปลกประหลาดในครั้งแรกที่คุณทำ โคลอมเบียมีประเพณีและเทศกาลคริสต์มาสที่ไม่ซ้ำกันทั้งหมดดังนั้นนี่คือบางส่วนที่ไม่ซ้ำกันและผิดปกติมากที่สุด

Related image

วันเทียนเล็ก ๆ

La Dia de las Velitas, หรือวันของเทียนเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นวิธีที่ชาวโคลอมเบียส่วนใหญ่ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ทุกๆเดือนธันวาคม 7 ครอบครัวพาไปตามถนนเพื่อจุดเทียนนับร้อย ๆ ต้นซึ่งจะหมายถึงแสงของพระแม่มารีย์ขณะที่เธอมาอวยพรบ้านของพวกเขา คุณจะเห็นท้องพระโรงที่เร่าร้อนเหล่านี้สว่างไสวไปตามถนนในเมืองและเมืองโคลอมเบียในทุกวันนี้

Novenas

สำหรับเก้าคืนที่นำไปสู่เทศกาลคริสต์มาสครอบครัวชาวโคลัมเบียมารวมกันอยู่ในบ้านของกันและกันตามประเพณีเพื่อท่องคำอธิษฐานคริสต์มาสเก่า ๆ ในขณะที่หลายคนยังคงรักษาด้านศาสนาไว้ แต่ก็มีวิวัฒนาการมาเป็นข้ออ้างที่ดีในการรวมตัวกันเป็นเวลาเก้าคืนเพื่อกินดื่มและโดยทั่วไปจะร่าเริง! ชาวโคลอมเบียมั่นใจว่าจะรักงานเลี้ยง

Image result for ไฟคริสต์มาสและฉากการประสูติ

ไฟคริสต์มาสและฉากการประสูติ

เห็นได้ชัดว่าฉากคริสต์มาสและฉากการประสูติไม่ได้ผิดปกติหรือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโคลัมเบีย อย่างไรก็ตามความมุ่งมั่นและขนาดของโคลัมเบียไฟและธรรมชาติเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขายืนออกจากกัน คุณจะพบฉากการประสูติที่ซับซ้อนซึ่งบางครั้งก็สมบูรณ์ด้วยการใช้น้ำหรือต้นไม้ที่แท้จริงในล็อบบี้ของอาคารอพาร์ทเมนต์และโรงแรมส่วนใหญ่ และไฟคริสต์มาสนำไปอีกระดับหนึ่ง: Medellin โดยเฉพาะมีชื่อเสียงในด้านแสงไฟนับล้านที่พวกเขาลุกขึ้นในเมืองทุกวันคริสมาสต์

Image result for Alborada ใน Medellin

Alborada ใน Medellin

อีกประเพณีหนึ่งของ Medellin Christmas และอีกส่วนหนึ่งคือ Alboradas – ทุกเดือนธันวาคม 1 เพื่อต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสเป็นแบบดั้งเดิมที่จะระเบิดดอกไม้ไฟทั่วทั้งเมืองหนึ่งพันปี มันแตกต่างจากความกังวลด้านความปลอดภัยซ้ำ ๆ และเสียงอันเหลือเชื่อที่มาจากคนหลายพันคนพัดดินปืนตลอดทั้งคืน! สนุก แต่ต้อนรับคริสต์มาสด้วยเสียงปังใน Medellin

พระเยซูคริสต์ส่งของขวัญ

ในขณะที่หลายประเทศกำลังรอคอยการมาถึงซานตาคลอสที่มีแบริ่งให้แก่เด็ก ๆ ในโคลัมเบียมันแตกต่างกันไปเล็กน้อยเด็ก ๆ คงอยู่จนถึงปลายเดือนธันวาคม 24 เพื่อรับของขวัญที่จัดส่งโดย … Baby Jesus ตัวเอง! คุณยังคงเห็นภาพและแสงสีสันที่เต็มไปด้วยภาพลักษณ์ของซานต้าที่ร่าเริง แต่ก็ยิ่งลดลงจากอิทธิพลของทีวีและภาพยนตร์มากกว่าเรื่องทางวัฒนธรรม บางคนอาจคิดว่าดูเหมือนว่าเด็กน้อยพระเยซูจะนำเสนอของขวัญวันเกิดและวันเกิดของตน แต่เป็นประเพณีคริสต์มาสที่สำคัญของชาวโคลอมเบีย

Image result for ประเพณีคริสต์มาส

วันผู้ไร้เดียงสา

ถ้าคุณคิดว่าความสนุกจบลงในเดือนธันวาคม 25 แล้วคุณยังไม่ได้ฉลองคริสต์มาสในโคลอมเบีย! ในวันที่ 28 ทั้งประเทศเฉลิมฉลองวันผู้บริสุทธิ์: คนดึงความเย้ายวน, เล่นเรื่องตลกในทางปฏิบัติและโดยทั่วไปพยายามที่จะขบขันและกันเอง! หลังจากที่เรืองแสงของวันคริสมาสต์จางหายไปนี่เป็นวิธีที่ดีในการปลุกจิตสำนึกของคุณให้พร้อมสำหรับการเตรียมตัวสำหรับปีใหม่

เทศกาลแข่งทำเสียงลาที่โคลอมเบีย

เทศกาลลาที่เมืองโมนิควิลล่าของโคลอมเบียเมื่อวานนี้ มีทั้งประชาชนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมาร่วมเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน เริ่มจากขบวนพาเหรดที่ทั้งลาและเจ้าของ ต่างแต่งตัวด้วยชุดประจำท้องถิ่น และสวมใส่เครื่องประดับอย่างเต็มที่ ผู้ที่เข้าร่วมขบวนได้เดินไปตามท้องถนนในเมือง เพื่อสร้างความครื้นเครงให้กับประชาชนที่อยู่สองฟากถนน

ขณะที่กิจกรรมที่หลายคนให้ความสนใจคือ แข่งทำเสียงร้องของลา นายกเทศมนตรีเมืองโมนิควิลล่า บอกว่า งานเทศกาลนี้มีขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับลา และเกษตรกร ที่ต้องทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะลาเหล่านี้ถูกใช้งานแบกมมาตลอดทั้งปี

ข้อมูลเกี่ยวกับโคลอมเบีย

โคลอมเบีย เป็นหนึ่งในประเทศที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ โดยมีบางส่วนติดต่อกับทะเลแคริบเบียน เเละมหาสมุทรแปซิฟิก ชื่อของประเทศนั้นได้มาจากนักสำรวจชื่อดังชาวอิตาเลี่ยน นามว่า คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เเต่เดิมนั้นดินเเดนเเถบนี้ถูกปกคองโดยสเปนเเละโปรตุเกสในฐานะของดินอาณานิคมก่อนที่จะได้รับเอกราช ก่อนที่เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ และปานามา จะเเยกตัวออกไปเป็นอิสระทำให้เป็นประเทศโคลอมเบียอย่างทุกวันนั้น

  • อุณหภูมิ: เฉลี่ยตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ 7 องศาเซลเซียส ถึง 27 องศาเซลเซียส
  • เวลา: ช้ากว่าเวลาประเทศไทย 12 ชั่วโมง
  • สกุลเงิน: เปโซโคลอมเบีย (COP) โดยมีอัตราเเลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 บาท เท่ากับ 81.64 เปโซโคลอมเบีย
  • ภาษา: ภาษาทางราชการ คือ ภาษาสเปน เเต่ในเเหล่งท่องเที่ยวก็สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้พอสมควร
  • เอกสาร: ควรพกเอกสารอย่างพาสปอร์ตติดตัวตลอดเวลาท่องเที่ยวในโคลอมเบีย
  • สุขภาพ: ควรนำยารักษาประจำตัวตามทะเบียนยาที่อนุญาตให้นำเข้าประเทศโคลอมเบีย เเละซื้อประกันการเดินทางที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลเอาไว้ด้วย